ทัวร์ต่างประเทศเที่ยวชมความงามธรรมชาติเดินทางในช่วงเช้า มุ่งหน้าไปที่ภูสี ชมธรรมชาติที่มียอดเขาที่มีความสูงราว 150 เมตร ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงพระบาง เมื่อขึ้นไปบนยอดสามารถมองเห็นเมืองหลวงพระบางได้โดยรอบ ตลอดสองข้างทางร่มรื่นไปด้วยต้นจำปา หรือลั่นทม เชื่อกันว่าแต่เดิมบริเวณนี้เป็นเขตป่าศักดิ์สิทธิ์ ต่อมามีฤาษีขึ้นไปอาศัยอยู่ ชาวบ้านจึงเรียกว่าภูฤาษี หรือภูสีมาจนถึงปัจจุบัน นักโบราณคดีบางคนเชื่อว่า ภูสีอาจหมายถึงภูศรี มาจากคำว่าศรีซึ่งเป็นศรีของเมืองหลวงพระบาง ด้านบนเป็นที่ตั้งของพระธาตุจอมสี ตัวพระธาตุเป็นทรงดอกบัวสี่เหลี่ยมทาสีทอง ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม ยอดประดับด้วยเศวตฉัตรทองสำริด 7 ชั้น สูงประมาณ 21 เมตร หลังจากนั้นมุ่งหน้าไปเที่ยวที่ถ้ำติ่ง เป็นถ้ำที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ตั้งฝั่งตรงข้ามบ้านปากอู ในภูเขาลูกใหญ่ที่ตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำโขง ช่วงที่แม่น้ำอูไหลลงสู่แม่น้ำโขง ชาวบ้านเรียกกันว่า ผาแอ่น ถ้ำติ่งประกอบด้วยถ้ำ 2 แห่ง ได้แก่ ถ้ำติ่งเทิง (ถ้ำติ่งบน) และถ้ำติ่งลุ่ม (ถ้ำติ่งล่าง) ในสมัยโบราณใช้เป็นที่สักการะบวงสรวงดวงวิญญาณผีฟ้า ผีแถน เทวดาผาติ่ง แต่เมื่อศาสนาพุทธเข้ามาแทนที่ถ้ำติ่งจึงกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนา ของผู้แก่เฒ่าบอกว่า เจ้ามหาชีวิตแห่งหลวงพระบางต้องไปสักการะพระพุทธรูปในถ้ำ เป็นประเพณีที่ขาดไม่ได้โดยเฉพาะในช่วงปีใหม่ หลังเสร็จงานบุญที่หลวงพระบางแล้วประมาณ 2-3 วัน พระองค์จะนำข้าราชบริพารชั้นผู้ใหญ่ พระสงฆ์ และประชาชนขึ้นไปสรงน้ำพระพุทธรูปที่ถ้ำติ่งบนก่อน จึงลงมาทำพิธีที่ถ้ำติ่งล่าง ภายในถ้ำมีการค้นพบพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 และ 19 จำนวนหลายพันองค์ และมีบางส่วนที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 และ20 ส่วนใหญ่ทำจากไม้ บางส่วนทำจากหินและโลหะ นอกจากนี้ยังมีการพบพระพุทธรูปที่ทำจากเงินและทองคำบุ แต่ถูกลอกเอาเงินและทองคำออกไปหมด เหลือไว้แต่ดินเผาที่เป็นแกนกลาง
me shielving : อยากลดน้ำหนักใจจะขาด แม้กระนั้นไร้ช่วงออกกำลังเลย อดของกินก็หิวโซนอนมิหลับ ปัญหามากมายแบบนี้คงลดความอ้วนมิได้ชัวร์ชักอ่อนใจแล้วสิ เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งอ่อนใจไปเลย ขอให้ me shielving ช่วยท่านดีกว่า me shielving สามารถช่วยท่านลดความอ้วนได้ ภายในช่วงอันเร็วท่านมิต้องอดอาหาร ขัดสนผลข้างเคียง มิอันตราย ผลิตภัณฑ์ทุกตัว ผ่านการตรวจจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแล้วว่าให้ผลจริง มีหลักเกณฑ์การผลิต GMP และสัญลักษณ์ฮาลาล me shielving มั่นใจและกล้าประกันว่า ท่านใดที่มีน้ำหนักเยอะอ้วนลงพุงลองทาน me shielving ดูสิคะ แล้วจะติดใจในผลลัพธ์ me shielving ยอดจำหน่ายติดอันดับ 1 me shielving มีส่วนประกอบของสารธรรมชาติที่เป็นผลดีต่อร่างกาย เช่นสารสกัดจากถั่วขาว ถือว่าเป็นพระเอกในการทำให้น้ำหนักลงเลยนะคะ สารสกัดจากถั่วขาวมีสรรพคุณยับยั้งการดูดซึมแป้ง สารเฟซาโอรามีน ส่งผลให้คาร์โบไฮเดรตที่ทานเข้าไปไม่ย่อย และมิซึมเข้าสู่ร่างกาย จึงลดการประหยัดของไขมันคาร์โบไฮเดรต และน้ำตาลยิ่งไปกว่านี้ me shielving มีส่วนประกอบของ เปปไทด์จากถั่วเหลือง ทำให้ย่อยไขมันได้อืดอาดดังนั้น ไขมันมิถูกย่อยสังขารก็ซึมเข้าไปมิได้ เมื่อมิถูกซึมก็จะขับดันออกมากับอึในที่สุด me shielving มีส่วนประกอบของ แป้งข้าวโพด เป็นใยอาหารช่วยให้อิ่มเอมเร็ว จำนวนแคลอรี่ที่ได้รับจึงน้อย me shielving จึงทำให้น้ำหนักตัวลดลง me shielving มีส่วนประกอบของ แลคโตส น้ำตาลที่ได้จากธรรมชาติ ช่วยในระบบย่อยอาหาร ยิ่งไปกว่านี้me shielving ยังมีส่วนประกอบของ แอลคาร์นิทีน ช่วยเพิ่มกระบวนการเผาผลาญไขมัน me shielving มีส่วนประกอบของ แอลกลูตามีน มีประโยชน์ช่วยลดความเคร่งเครียด me shielving มีส่วนผสมของ แอลอาร์จินิน ช่วยลดไขมันในร่างกาย เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และ me shielving มีส่วนประกอบของ วิตามินซี และวิตามินอี อีกด้วย จะแลเห็นได้ว่า me shielving มีส่วนประกอบที่เป็นผลดีต่อสังขารดังนั้นมิทำร้ายสังขารชัวร์ค่ะ ก่อนกลับที่อยู่อาศัยวันนี้ อย่าลืมเลือนหาซื้อ me shielving มารับประทานนะคะ
เว็บไซต์บรรษัทกระจายเสียงอังกฤษหรือบีบีซี รายงานนักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ทวีปแอฟริกาที่มีความแห้งแล้งตั้งอยู่บนแหล่งน้ำใต้ดินสำรองจำนวนมหาศาล มากกว่าน้ำที่อยู่บนพื้นดินถึง 100 เท่า
นับเป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์จากศูนย์สำรวจธรณีวิทยาอังกฤษและมหาวิทยาลัยคอลเลจ ลอนดอน (ยูซีแอล) สามารถวิเคราะห์ได้อย่างกว้างขวางทั่วทั้งทวีปเกี่ยวกับน้ำซึ่งซ่อนอยู่ใต้พื้นดิน และสามารถจัดทำเป็นแผนที่รายละเอียดปริมาณน้ำตามแหล่งต่างๆ
เฮเลน บอนเซอร์ หนึ่งในผู้เขียนรายงานนี้กล่าวว่า น้ำใต้ดินไม่เป็นที่สนใจของนักวิจัย แต่หวังว่าแผนที่แหล่งน้ำใหม่จะทำให้มองเห็นศักยภาพที่นำมาใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะในพื้นที่ทางเหนือของแอฟริกามีน้ำใต้ดินอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำขนาดใหญ่ที่ลิเบีย แอลจีเรีย และชาด
ความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้เปลี่ยนพื้นที่ซาฮาราให้กลายเป็นทะเลทรายมา นานหลายร้อยปี แหล่งน้ำใต้ดินบริเวณดังกล่าวมีน้ำมานานกว่า 5,000 ปีแล้ว
อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า การขุดเจาะน้ำบาดาลขึ้นมาใช้อย่างกว้างขวางควรจะต้องทำความเข้าใจอย่าง ละเอียดต่อสภาพน้ำใต้ดินและปริมาณน้ำของพื้นที่ในบริเวณนั้น เนื่องจากพบว่ามีชั้นน้ำใต้ดินจำนวนมากที่ไม่มีน้ำเนื่องจากขาดฝน ดังนั้น การขุดเจาะน้ำขึ้นมาใช้อย่างกว้างขวางอาจทำให้ทรัพยากรน้ำร่อยหรอลงไปอย่าง รวดเร็ว
ไมค์ ไทสัน สุดยอดตำนานมวยรุ่นยักษ์ ให้สัมภาษณ์พิเศษ ช่องกีฬา อีเอสพีเอ็น บอก เคยทำผู้คุมเรือนจำหญิงท้อง ขณะโดนจำคุก จากคดีข่มขื่นนางงาม วัย 18 ปี ยัน ไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังมาก่อน
ไมค์ ไทสัน อดีตแชมป์มวยโลก รุ่นเฮฟวี่เวท คนดังของโลก เปิดเผยเรื่องชีวิตส่วนตัวในภาพลักษณ์ที่ไม่ดี ระหว่างที่ให้สัมภาษณ์กับ ริค เรลลี่ย์ พิธีกรชื่อดังทางช่องกีฬา อีเอสพีเอ็น ที่ใช้ชื่อตอนพิเศษว่า( Mike Tyson Undisputed Truth โดย ไทสัน เผยว่า เคยมีสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่สาวในเรือนจำคนหนึ่ง จนฝ่ายหญิงตั้งครรภ์มาแล้ว ในช่วงที่ต้องโทษจำคุก แต่สุดท้ายเด็กในครรภ์กลับมิได้มีโอกาสลืมตามาดูโลก
ไทสัน ในวัย 45 ปี ซึ่งยอมรับว่า ตนไม่ทราบจริง ๆ ว่าหญิงในเครื่องแบบคนดังกล่าว แอบไปทำแท้ง หรือ แท้งลูกเองตามธรรมชาติ และว่า ตนไม่เคยบอกใครมาก่อนเลยว่า เคยทำผู้คุมท้อง ในคุกนี่แหละ เพราะดันเกิดปิ๊งกันขึ้นมาแบบไม่รู้ตัว
อย่างไรก็ตาม ไทสัน ที่แต่งงานมา 3 ครั้ง มีลูก 8 คน กับผู้หญิงมากหน้าหลายตา และทำสถิติเป็นแชมป์โลก รุ่นยักษ์ อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยวัยเพียง 20 ปี 4 เดือน 22 วัน ไม่ได้ระบุชัดเจนว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อไหร่กันแน่ เพราะเจ้าตัวไม่ได้ติดคุกแค่ครั้งเดียว เคยนอนมุ้งสายบัวยาวนานที่สุด อันเนื่องมาจากคดีข่มขืน เดซิรี่ วอชิงตัน นางงามวัย 18 ปี ในเวลานั้น เมื่อปี 1992 โดยศาลมะกัน พิพากษาจำคุก 6 ปี พร้อมกับสั่งให้คุมประพฤติอีก 4 ปี รวม 10 ปี แต่ต้องขังจริง ๆ เพียงแค่ 3 ปีเท่านั้น นอกจากนี้ ในปี 1998 ไทสัน ยังเคยต้องระเห็จไปติดคุกเป็นเวลานาน 9 เดือน ด้วยข้อหาก่อเหตุทะเลาะวิวาทกลางถนนอีกด้วยเช่นกัน
ในระหว่างพักเบรคการแข่งขันกีฬาอย่างเทนนิส กอล์ฟ เคยสังเกตกันไหมว่านักกีฬาส่วนใหญ่นอกจากดื่มน้ำแล้ว มักจะหยิบผลไม้อย่างกล้วยหอมขึ้นมารับประทานเพื่อเพิ่มพลังอีกด้วย
ระหว่างการออกกำลังกาย แหล่งพลังงานอันดับแรกที่ร่างกายนำไปใช้ก็คือ กลูโคส
ซึ่งเผาผลาญและให้พลังงานได้อย่างรวดเร็ว ทำให้นักกีฬาต้องเลือกอาหารที่ย่อยง่ายและให้สัดส่วนที่เป็นกลูโคสสูงมารับประทานระหว่างการแข่งขันเพื่อสร้างพลังงาน ซึ่งกล้วยหอมเป็นผลไม้ที่มีคุณสมบัติหล่านี้
ในกล้วยสุก จะมีน้ำตาลอยู่ 3 ชนิด
กลูโคส ซูโคส ฟรุคโตส คาร์โบไฮเดรส ที่มีสูงถึง 22.2 กรัม และยังมีโปรแตสเซียม ที่ช่วยให้ร่างกายมีความตื่นตัวอยู่เสมอ ดังนั้นกล้วยหอมจึงเป็นผลไม้ที่นักกีฬามักจะรับประทานเพื่อเพิ่มพลังงาน
1. โทรศัพท์มักจะดัง หรือเจ้านายมักจะเรียกหาเวลาที่คุณไม่อยู่โต๊ะ
2. โต๊ะและห้องทำงานที่รก ทำให้เสียเวลาในการทพงานเพื่อหาข้าวของเฉลี่ยวันละเกือบชั่วโมง แต่การจัดโต๊ะที่รกนั้นอาจจะใช้เวลาเกือบ 5 ชั่วโมง
3. โต๊ะรกอย่าแล้วและจัดใหม่มันจะรกใหม่ได้ไม่เกิน 7 วัน ขึ้นอยู่กับความอดทนของเจ้าของแต่ที่แย่คือเมื่อมันรกใหม่มันจะรกขึ้นกว่า
4. มักพบอยู่เสมอว่าคนที่ไม่มีแฟนมารับหลังเลิกงาน หรือไม่เคยเห็นไปเดินควงกับใครที่ไหน จะแจกการ์ดแต่งงานแบบเงียบๆ แต่ไวกว่าดาวเด่นประจำที่ทำงาน
5. ในระบบราชการ พบว่าการทำงานเอกสารชิ้นหึ่ง จริงๆ ใช้เวลาห้อยกว่าการจัดรูปแบบ แก้ไขพวก กับ แก่ แต่ ต่แ และ รวมทั้งการออกหนังสือตามระเบียบของทางราชการ กล่าวกันว่าหนังสือราชการฉบับหนึ่งเคยใช้เวลาเดินทางถึง 10 วัน จากแผนกหนึ่งที่ห่างจากแผนกหนึ่งประมาณ 10 เมตร
6. ร้านสิ้นคิดมีทุกสำนักงาน ร้านไหนใหกล้อ๊อฟฟิศที่สุดจะถุกพวกเราๆ เรียกว่า “ร้านสิ้นคิด” น่าสงสารเขาเนอะ
7. เพื่อสนิทแนบแน่นกันมาแล้วจากทีอื่นแล้วมาทำงานด้วยกัน มีโอกาสแตกคอกันได้มาก แต่ถ้าเพื่อนที่พอรู้จักกันแต่ไม่สนิทนัก ได้ทำงานร่วมกัน มีโอกาศสนิทกันสูงจนกลายเป็นเพื่อที่ดี
8. บางคนชอบหอบเอาตำรับตำรามาทำงานด้วย วางหนังสือ Text book ไว้ เพียงแต่ความเป็นจริงแล้วแทบไม่มีโอกาศได้ใช้มันเลย
9. งานด่าน งานเร่ง งานสำคัญ งานที่มีรายละเอียดมาก งานพวกนี้ชอบมาตอนใกล้จะเลิกงาน
10. การง่าแผนการลาเอาไว้นานๆ มันไม่บรรลุผล การจองที่พักล่วงหน้าส่วนใหญ่มักจะเป็นลางว่าจะแห้ว
11.คนที่ชอบชวนคนอื่นคุยในเวลาทำงาน มักจะทำงานของตัวเสร็จแล้ว
12. ไม่ใช่ลางที่ดีนักหากคุณจ๊ะเอ๋กับเจ้านายที่มุมกาแฟ มุมอ่านหนังสือพิมพ์ หรือชั้นง่าหนังสือ อ่านเล่นในห้องสมุดที่ทำงาน เกินกว่าสามครั้งต่อวัน
13. อาคารที่ทำงานไหนมีร้านกาแฟ หรือซุ้มกาแฟบริการอยู่ล่ะก็ ส่วนใหญ่งานหนักมหาหาฬ
14. เมื่อจะถ่ายเอกสารด่วนที่สำคัญ เครื่อง Xreox จะมีโอกาศกระดาษติด หรือถ่ายออกมาดำปี๊ดมากที่สุด ยังกะแกล้งกัน
นิตยสาร spicy
เว็บไซต์ Howstuffworks ได้จัดอันดับ 10 งานสกปรกที่ให้ผลตอบแทนสูงในสายตาคนอเมริกัน เพราะเป็นงานที่ทำให้เนื้อตัวเปรอะเปื้อน เป็นงานตัวเลือกสุดท้าย แต่ก็เป็นงานที่ให้ผลตอบแทนดี
1. พนง.ทำความสะอาดสถานที่เกิดเหตุ
งานนี้แม้จะต้องเจอกับความสกปรกของเลือด ศพผู้เสียชีวิตที่อาจจะอยู่ในรูปแบบทั้งตัวหรือแยกชิ้นส่วน และอาจจะใช้เวลาเพียงสองสามชั่วโมงหรืออาจจะกินเวลาถึงสองสามวัน แต่รับรองว่า ไม่เคยมีใคร ได้ยินเสียงบ่นออกมาจากปากของเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดที่เกิดเหตุแน่นอน เพราะเป็นอาชีพที่ทำเงินได้ปีละประมาณ 75,000 ดอลลาร์ หรือ 2,325,000 บาท โดยผู้ทำงานนี้ ไม่จำเป็นต้องจบการศึกษาระดับปริญญาหรือระดับวิทยาลัยด้วยซ้ำ แต่หากมีประสบการณ์และมีความละเอียดรอบคอบในการทำงาน เรียกว่า เก็บกวาดเรียบร้อย อาจจะมีรายได้เป็นตัวเลข 6 หลักเลยทีเดียว
2. ช่างประปา
การดำเนินชีวิตในโลกสมัยใหม่ของชาวอเมริกัน โดยไม่มีช่างประปาเป็นช่างประจำบ้าน ดูจะเป็นเรื่องที่ไม่อยู่ในหัวของอเมริกันชน และถือเป็นอาชีพที่ทุกครัวเรือนขาดไม่ได้ และแม้ว่าลักษณะงานจะเป็นลักษณะคลุกฝุ่น ทำงานด้านหลัง หรือในหลืบในซอกใดซอกหนึ่งของบ้าน แต่ช่างประปาก็เป็นอาชีพที่ทำรายได้ให้เจ้าของอาชีพระหว่าง 35,000 -40,000 ดอลลาร์ต่อปี หรือประมาณ 1,085,000-1,240,000 บาท
3.เจ้าหน้าที่แต่งศพ
การแต่งศพให้ดูดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถือเป็นการแสดงความเคารพอย่างสูงสุดต่อผู้เสียชีวิตเป็นครั้งสุดท้าย ถือเป็นวัฒนธรรมและธรรมเนียมปฏิบัติที่มีมาช้านานในวัฒนธรรมของแทบทุกประเภท แต่ลักษณะงาน เป็นงานที่มีบรรยากาศเงียบเชียบ เย็นยะเยียบ แถมออกจะเป็นงานที่ค่อนข้างส่วนตั๊ว ส่วนตัวเพราะมีแต่ผู้แต่งศพกับศพเท่านั้น
แต่อาชีพแต่งศพก็เป็นอาชีพที่ทำรายได้ได้น่าสนใจ โดยมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 41,000 ดอลลาร์ต่อปี หรือประมาณ 1,271,000 บาท
4. คนงานเหมือง
งานเหมืองนั้น เป็นงานที่สกปรกเพราะต้องอยู่กับดิน หิน สินแร่ประเภทต่างๆ อยู่ในถ้ำ อยู่ใต้ดิน เรียกว่าเป็นงานที่ผู้ทำเหงื่อไหลไคลย้อยตลอดเวลาก็ว่าได้ แต่ก็เป็นงานทำเงินดี ยกตัวอย่างในเวสต์เวอร์จิเนีย ซึ่งเป็นแหล่งอุตสาหกรรมถ่านหินขนาดใหญ่ คนงานเหมืองมีรายได้เฉลี่ยต่อปีประมาณ 64,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1,984,000 บาท
5. คนงานรอกท่อ
ธรรมชาติของงานลักษณะนี้ต้องเจอกับหนู แมงสาบ ทางเดินที่มืดมิดและเผลอๆบางครั้งอาจโชคดีเจอศพนิรนาม แถมเป็นงานที่ผู้ทำต้องอยู่ในที่อันจำกัด คับแคบเป็นเวลานาน เพื่อขจัดสิ่งสกปรกทุกชนิดออกจากท่อน้ำทิ้งเหล่านั้น แต่เป็นงานที่มีรายได้ต่อปีกว่า 60,000 ดอลลาร์ หรือตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 1,860,000 บาท ที่สำคัญ มีคนจำนวนไม่น้อย แม้ไม่ชอบทำงานลักษณะนี้ แต่ก็ยกย่องผู้ทำอาชีพนี้ว่าเป็นอาชีพอันทรงเกียรติในฐานะที่ช่วยให้ทางเดินของน้ำไร้สิ่งอุดตัน และถนนหนทางสะอาดสะอ้าน
6.ชาวประมงจับปู
ชาวอเมริกัน มองว่า อาชีพชาวประมงจับปู เป็นอาชีพเสี่ยงภัยที่สุด และเป็นอาชีพที่มีโอกาสเสียชีวิตสูง ส่วนหนึ่งเพราะการออกไปจับปูนั้น ชาวประมงต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่หนาวเย็นทั้งของน้ำและอากาศรอบตัว เผลอๆอาจเจอพายุลูกใหญ่ แถมปู ยังเป็นสัตว์ที่มีก้ามที่มีหนามแหลม ที่พร้อมจะทิ่มแทงคนจับ หากไม่มีความชำนาญพอ เรียกว่า มีโอกาสเจ็บตัวเพราะอาชีพได้ตลอดเวลา แถมเป็นอาชีพที่ใช้เวลานานอาจจะเป็นทั้งคืน หรือทั้งวันในการจับปู แต่เป็นงานที่ได้ค่าตอบแทนดีทีเดียว เพราะในแต่ละปี ชาวประมง ออกจับปูแค่ไม่กี่เดือนก็สามารถมีรายได้ประมาณ 60,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1,860,000 บาท ขึ้นอยู่กับว่าเรือประมงนั้นๆจับปูได้มากน้อยแค่ไหน
7. พนักงานทำความสะอาดสุขาเคลื่อนที่
แน่นอนอยู่แล้วว่า อาชีพนี้ย่อมไม่เป็นที่ปรารถนาของใครต่อใคร เพราะต้องอยู่กับสิ่งปฏิกูลจากร่างกายของมนุษย์ อยู่กับกลิ่นที่เหม็นตลอดเวลา แถมต้องเจอกับกลิ่นของสารเคมีที่ใช้ชำระล้างทำความสะอาดสุขาอีกต่างหาก แต่อาชีพนี้ก็ สร้างรายได้ให้แก่คนทำความสะอาดสุขาเคลื่อนที่ปีละ 50,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1,550,000 บาท
8. คนงานขุดเจาะน้ำมัน
ธรรมชาติของการทำงานลักษณะนี้ ทั้งสกปรกและอันตราย แถมยังเป็นงานที่ผู้ทำต้องออกไปใช้ชีวิตอยู่กลางทะเลลึก ไม่ต้องพูดถึงความรู้สึกโดดเดี่ยว หรือ ความรู้สึกว่าถูกจำกัดพื้นที่ ที่ค่อนข้างเป็นงานที่สวนทางกับธรรมชาติของมนุษย์ส่วนใหญ่ ที่เป็นสัตว์สังคม แต่ก็เป็นงานที่ให้ผลตอบแทนสูงทีเดียว เพราะแม้แต่คนที่มีทักษะต่ำๆ ยังมีรายได้ต่อปีกว่า 40,000 ดอลลาร์ หรือตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 1,240,000 บาท และหากมีดีกรีระดับวิทยาลัยรายได้ก็จะสูงกว่านี้ โดยเฉพาะเมื่อไปทำงานขุดเจาะน้ำมันในต่างประเทศ
9.หมอสวนทวาร
อาชีพนี้เป็นอาชีพที่หนักหนาสาหัสที่สุดในสายตาคนทั่วไป ไม่เฉพาะชาวอเมริกัน เพราะอาชีพนี้ต้องทำงานกับอวัยวะที่เป็นตัวผ่านของสิ่งปฏิกูลของร่างกายมนุษย์ โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่าย แถมเป็นอาชีพที่ผู้เข้าไปใช้บริการมักจะเกิดอาการกระอักกระอ่วน เขินอาย บางครั้งถึงขั้นประหม่า ทำให้เป็นอุปสรรคเล็กๆต่อการทำงาน แต่ก็เป็นอาชีพที่รายได้ดี โดยหมอสวนทวารชาวอเมริกันมีรายได้เฉลี่ยต่อปี ระหว่าง 250,000-400,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 7,750,000-12,400,000 บาท
10. คนเก็บขยะ
ขยะเป็นอะไรที่คนส่วนใหญ่ไม่พึงปรารถนา แต่เป็นผลผลิตของมนุษย์ทุกคนบนโลก และคนส่วนใหญ่ก็มักจะคิดว่า ภาระของตนเกี่ยวกับขยะจบลงเมื่อนำขยะนั้นๆไปทิ้งลงถัง แต่สำหรับผู้มีอาชีพเป็นคนเก็บขยะแล้ว งานของเขาเพิ่งจะเริ่มต้น และเขาเหล่านี้ ต้องจัดเก็บ แยกขยะ และนำไปทำลายให้ถูกวิธี ซึ่งแน่นอนว่า กระบวนการต่างๆเหล่านี้ มีความเสี่ยงต่อชีวิต เสี่ยงต่อสุขภาพด้วยเช่นกัน กรณีที่ขยะเหล่านั้น มีการปนเปื้อนเชื้อโรคร้ายต่างๆ หรือของมีคมหลากชนิด
แต่แม้ว่าจะเป็นงานสกปรก อันตราย และต้องอยู่กับกลิ่นเหม็นๆตลอดเวลา แถมยังเป็นงานที่ไม่มีวันจบสิ้น เพราะขยะไม่มีวันหมดไปจากโลก ตราบใดที่โลกใบนี้ยังมีมนุษย์ แต่รายได้เฉลี่ยของผู้มีอาชีพนี้ต่อปีอยู่ที่ประมาณ 43,000 ดอลลาร์หรือประมาณ 1,333,000 บาท และเมื่อคิดเฉลี่ยเป็นชั่วโมง อยู่ที่ประมาณ 16.04 ดอลลาร์ หรือประมาณ 497.24 บาท และหากมีล่วงเวลา รายได้ต่อปีก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 60,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1,860,000 บาท
Credit suthichaiyoon
5 มหานิยม พาเที่ยวจัดอันดับ “สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวเมืองพัทยา”
ทีน-สราวุติ พิธีกรรับเชิญ อาสาพาลุย “สถานที่สุด Unseen เมืองพัทยา”
พลาดไม่ได้ สำหรับ “รายการ 5 มหานิยม” เสาร์นี้ “เอ-วราวุธ เจนธนากุล” และ “ตุ๊ยตุ่ย-พุทธชาด พงศ์สุชาติ” 2 พิธีกร คู่ขวัญที่จะพาคุณไปจัดอันดับกับหัวข้อ 5 มหานิยม “สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวเมืองพัทยา” ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ และเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก พบกับพิธีกรภาคสนามคนพิเศษ “ทีน-สราวุฒิ พุ่มทอง” ที่จะพาไป “ช็อป ชิม ชิลล์” ล้วงลึกกับสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวแห่งเมืองพัทยา!!!
งานนี้ หนุ่มทีน มีมาร่วมเดินทางไปดู 10 สุดยอดแหล่งท่องเที่ยวเมืองพัทยา เผยว่า “พัทยาเป็นเมืองสุดยอดแห่งการท่องเที่ยวมากๆเลยครับ มีสถานที่ท่องเที่ยวให้เลือกเยอะแยะไปหมด ทุกสถานที่น่าประทับใจหมดเลยไม่ว่าจะเป็น “ซิลเวอร์เลค” ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น เนเธอแลนด์แห่งเมืองไทย บรรยากาศที่นี่สวยมากๆ เป็นสถานที่ที่ทั้งภาพยนตร์ และละครนิยมมาถ่ายทำมากที่สุด
ต่อไปก็เป็น “สวนนงนุช” ที่นี่เป็นที่ที่รวบรวมสุดยอดไม้นานาพันธุ์เลยครับ เรียกได้ว่าพันธุ์ไม้ไหนที่หายาก ต้นไม้ไหนที่มีความแปลก ที่นี่มีให้ดูหมดทุกต้นทุกพันธ์ แถมบรรยากาศที่นี่สดชื่นแบบสุดๆ
และสถานที่ที่ผมตื่นเต้นมากที่สุด คือ “ฟาร์มจระเข้/อุทยานหินล้านปี” เพราะได้ใกล้ชิดกับจระเข้ ทั้งให้อาหาร ขี่จระเข้ด้วยครับ ส่วนสถานที่ที่ผมรู้สึกกระชุ่มกระชวยหัวใจแบบสุดๆ คือ การท่องเที่ยวยามราตรี ไม่ว่าจะการเที่ยวที่ “วอคกิ้ง สตรีท หรือ การดูคาร์บาเร่ต์โชว์” กับความสามารถแบบเหลือล้นจริงๆ ทุกคนสวยมาก สวยจนผมไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือสาวประเภทสอง
ต้องยอมรับเลยครับว่าพัทยาเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวจริงๆ นอกจากขึ้นชื่อเรื่องทะเล และเกาะต่างๆ แล้วยังมีที่อื่นอีกมากมายที่น่าสนใจ ถ้าหากคุณไม่รู้ว่าในวันหยุดจะไปเที่ยวที่ไหนดี ผมขอแนะนำเมืองพัทยาครับ คุณจะรู้ว่าเมืองนี้คุ้มค่ากับการท่องเที่ยวมาก หากได้มาเที่ยวแล้วรับรองไม่ผิดหวังแน่ๆ การท่องเที่ยวภายในประเทศไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆครับ ขอเชิญให้มาเที่ยวเมืองพัทยากันเยอะๆนะครับ”
พร้อมดารารับเชิญที่มาร่วมค้นหาสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวเมืองพัทยา ทั้ง จิ๊บ-ปกฉัตร เทียมชัย , อุ้ม-ลักขณา วัธนวงส์ศิริ , ดีเจภูมิ-ภูมิใจ ตั้งสง่า , จิ๊ก-เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ และ คริส-คริสโตเฟอร์ ไรท์ ที่ต่างก็ต้องร้อง “ว้าว” เมื่อได้เห็นแหล่งท่องเที่ยวที่ปกติเคยไปมาแล้ว แต่เมื่อมาเห็นแบบ อันซีน ของ “5 มหานิยม” ถึงกับทึ่งเลยทีเดียว
นอกจะเต็มอิ่มกับที่เที่ยวเจ๋งๆโดนๆ ในเมืองพัทยาแล้ว มาลุ้นกันว่า สถานที่ใดที่จะมาเป็นอันดับหนึ่ง สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวเมืองพัทยา ติดตามชมได้ใน รายการ “5 มหานิยม” เสาร์ที่ 21 เมษายนนี้ เวลา สี่ทุ่มครึ่ง ทาง ททบ.5″
ขอขอบคุณภาพบางส่วนจาก: ไร่องุ่นซิลเวอร์เลค www.silverlakethai.com
ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ (SANTORINI PARK CHA-AM) แหล่งช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ย่านหัวหิน-ชะอำ ที่มาพร้อมสโลแกน “Amused Shopping Experience” หรือ “สีสันใหม่แห่งประสบการณ์ความสนุก” โดยมี นัสวีร์ ตันติจิรสกุล กรรมการผู้จัดการโครงการ ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ นั่งแท่นบริหาร ภายใต้คอนเซ็ปต์ค้าปลีกที่แตกต่าง บนพื้นที่กว่า 60 ไร่ ท่ามกลางสถาปัตยกรรมที่ได้แรงบันดาลใจมาจากบรรยากาศอันงดงามของเกาะซานโตรินี ประเทศกรีซ พร้อมสนุกไปกับเครื่องเล่นนานาชนิดที่สั่งตรงจากต่างประเทศ ที่นี่จะมอบสีสันใหม่แห่งประสบการณ์ความสนุก ให้คุณประทับใจมิรู้ลืม
นัสวีร์ ตันติจิรสกุล กรรมการผู้จัดการโครงการ ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ กล่าวว่า หัวหิน-ชะอำ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ซึ่งโครงการ “ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ” จะเปิดประสบการณ์ใหม่ในรูปของแหล่งท่องเที่ยวที่มีคอนเซ็ปต์โดดเด่นและแตกต่าง และสามารถปลุกกระแสการท่องเที่ยวให้กับหัวหิน-ชะอำได้มากขึ้น ด้วยสถานที่ตั้งที่สะดวกในการเดินทาง บนถนนเพชรเกษมขาเข้ากรุงเทพฯ ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 190 กิโลเมตร และใช้เวลาเดินทางเพียง 2 ชั่วโมงเศษ หรือจากหัวหินเพียง 20 นาที ก็จะได้สัมผัสการช้อปปิ้งที่มาพร้อมความสนุกในทุกย่างก้าว
โดยการรวมเอาร้านค้าชั้นนำ สินค้าที่มีสไตล์เฉพาะตัว งานศิลปะ สวนสนุก และความร่มรื่นของต้นไม้เข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้แรงบันดาลใจในการออกแบบโครงการมาจากบรรยากาศสบายๆ ที่สวยงามของสถาปัตยกรรมสีฟ้าขาวบนเกาะซานโตรินี ประเทศกรีซ อีกทั้งต้นเฟื่องฟ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของเกาะก็ยังมีส่วนในการเพิ่มสีสันที่เข้ากันได้ดี รวมถึงกริมมิกต่างๆ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่พบเห็นได้บนเกาะซานโตรินี เช่น ทางเดินลายก้อนหิน ที่จะแทรกตัวอยู่ทั่วทั้งโครงการ ผสานเข้ากับลูกเล่นหลากหลายที่เสริมเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นน้ำพุ งานประติมากรรมที่ใช้สอยได้ เราจึงเชื่อว่าทุกมุมของ “ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ” จะทำให้นักท่องเที่ยวเพลิดเพลินไปกับการบันทึกภาพประทับใจอย่างมีความสุขในทุกบริเวณ
ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ ใช้เงินลงทุนกว่า 500 ล้านบาท บนพื้นที่ 60 ไร่ โดยแบ่งเป็น 5 โซนหลัก เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของนักท่องเที่ยว โซนที่เป็นไฮไลท์ คือ โซนวิลเลจ (Village) ซึ่งเราได้รวบรวมร้านค้าที่ตอบสนองความต้องการและความชอบได้ทุกเพศ ทุกวัย ที่ไม่เพียงมีสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง แฟชั่นแอ็คเซสซอรี่ส์ สินค้าไลฟ์สไตล์ อาร์ตแอนด์เดคคอร์เท่านั้น แต่ยังเปิดรับสินค้าจากผู้ประกอบการ SME ที่มีแนวความคิดอินเทรนด์ไม่ซ้ำใคร ซึ่งล้วนผ่านการเลือกเฟ้นมาทั้งสิ้น การเดินช้อปปิ้งในโซนนี้จะให้ความรู้สึกราวกับกำลังเดินชมร้านรวงบนเกาะซานโตรินี ซึ่งทุกร้าน ทุกแบรนด์ จะออกแบบหน้าร้านให้กลมกลืนกับตัวอาคาร นอกจากนี้ ยังมีส่วนของร้านอาหารชั้นนำ เพสตรี้ช้อป และ คาเฟ่ ให้ได้เพลิดเพลินในระหว่างช้อปปิ้ง
อีกหนึ่งโซนที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือ โซนพาร์ค (Park) ที่ยกเอาสวนสนุกขนาดย่อมมาไว้บนพื้นที่สีเขียว เครื่องเล่นทุกชิ้นผ่านการคัดสรรมาอย่างดีในแง่ความสนุก ความแปลกใหม่ และความปลอดภัย ทั้ง Ferris Wheel ชิงช้าสวรรค์ที่สูงถึง 40 เมตร ให้นักท่องเที่ยวได้เห็นโครงการในมุม Bird’s eye view อย่างจุใจ และยังเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของโครงการนี้อีกด้วย นอกจากนั้น ยังมี Merry Go Round หรือ ม้าหมุน 2 ชั้น และ Ponycycles ม้าโยกสุดคลาสสิก ที่จะหมุนพาไปสู่สัมผัสแห่งเทพนิยาย สำหรับผู้ที่รักความตื่นเต้น เราก็มีเครื่องเล่นหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น G-Max Reverse Bungee แคปซูลดีดขึ้นฟ้า และ G-Max Giant Swing นำเข้าจากประเทศนิวซีแลนด์ ผู้นำด้านกิจกรรมแอดเวนเจอร์ Wallholla เครื่องเล่นปีนป่ายที่มีรางวัลการันตีจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นตัวแรกของเอเชีย รวมถึง XD Dark Ride เครื่องเล่น 7D สุดไฮเทคที่สั่งตรงจากประเทศแคนาดา และ 4DX Rider โรงภาพยนตร์สุดยอดประสบการณ์ 4 มิติ พิเศษสำหรับ Slider และ Water Ball เป็นความสนุกเพิ่มเติมที่เราจัดมาบริการ ฟรี!
อีก 3 โซนที่เหลือก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โซนอีเว้นท์ (Event) จัดให้เป็นพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนตลอดปี ทั้งกิจกรรมพิเศษ โชว์ต่างๆ บนพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร หรือคอนเสิร์ตที่จุผู้ชมได้ถึง 2,000 ที่นั่ง และ 5,000 คนยืน ในส่วน โซนวีคเอนด์ อาร์ต มาร์เก็ต (Weekend Art Market) ที่จะจัดขึ้นทุกวันเสาร์-อาทิตย์ คนรักงานศิลปะจะได้เพลิดเพลินไปกับการเลือกซื้อสินค้าแฮนด์เมดที่ไม่เหมือนใครในบรรยากาศตลาดนัดในสวน ท้ายสุด เรายังจัดให้มี โซนเรสต์ แอเรีย (Rest Area) ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการของผู้มาใช้บริการภายในพาร์ค และผู้ที่สัญจรจากจังหวัดทางภาคใต้มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ เนื่องจากอาคารอยู่ติดถนนเพชรเกษมจึงสามารถรองรับลูกค้าได้ทั้ง 2 ด้าน ด้วยร้านอาหารที่รอพร้อมเสิร์ฟกว่า 10 ร้าน นั่งจิบกาแฟในบรรยากาศสบายๆ ทั้งยังมีร้านสะดวกซื้อ ร้านขายของฝาก ร้านขายยา และปั๊มน้ำมันขนาด 8 หัวจ่ายไว้บริการ จัดว่าเป็นโซนที่ให้บริการผู้เดินทางได้อย่างครบถ้วน
โครงการซานโตรินี พาร์ค ชะอำ เปิดทุกวัน วันจันทร์-พฤหัสบดี เปิดบริการตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. โดยไม่เสียค่าบัตรผ่านประตู
วันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ เปิดบริการตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น. ค่าบัตรผ่านประตูเพียงท่านละ 50 บาท
จังหวัดกระบี่ เป็นจังหวัดทางภาคใต้ที่อยู่ในเขตชายฝั่งทะเลอันดามัน ห่างจากกรุงเทพฯ 814 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูน มีที่ราบแคบๆ ตามเชิงเขา และบริเวณชายฝั่งทะเล มีหมู่เกาะน้อยใหญ่กว่า 130 เกาะ ส่วนใหญ่เป็นเกาะที่ไม่มีผู้คนอาศัย จะมีก็เพียงแค่ 13 เกาะที่มีการไปสร้างบ้านเรือนและตั้งถิ่นฐานอยู่ เช่น เกาะพีพี เกาะลันตา เกาะปอดะ เกาะไม้ไผ่ และเกาะห้อง เป็นต้น ด้วยความงดงามของท้องทะเลที่อุดมสมบูรณ์แห่งนี้ รวมไปถึงความสะดวกสบายของสถานที่เที่ยว ที่กิน และที่พัก ที่มีอยู่อย่างมากมายหลากหลายแห่ง จึงเป็นเรื่องไม่แปลกที่ “จังหวัดกระบี่” นี้ จะเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้แวะเวียนมาเยือนกันอย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อนแสนร้อนอย่างนี้
สถานที่แรกที่เราจะแวะกันก็คือ อ่าวนาง ตั้งอยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 20 กิโลเมตร เป็นจุดสำคัญสำหรับลงเรือไปท่องเที่ยวยังเกาะต่างๆ ประกอบด้วยชายหาดสวยงามหลายแห่ง เช่น หาดไร่เล หาดพระนาง มีทิวเขาขึ้นคั่นสลับซับซ้อนระหว่างหาดต่างๆ ดูสวยงามแปลกตา ตลอดระยะทางชายหาด 2 กิโลเมตร จะมีบริการโรงแรมที่พัก ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายของที่ระลึก และบริการทัวร์ต่างๆ ที่เปิดกันตั้งแต่ช่วงสายๆ จนเกือบตี 2 ของทุกคืน แสงไฟจากร้านค้าและร้านอาหารต่างๆ ในยามค่ำคืน มันบ่งบอกได้ถึงความเป็นที่นิยมของอ่าวนางได้เป็นอย่างดีทีเดียว จากที่นี่เราสามารถเลือกดูซื้อหาโปรแกรมทัวร์อันดามันได้หลายแบบ หลายระดับราคา ไม่ว่าจะทัวร์แบบส่วนตัว หรือหมู่คณะ ตลอดจนทัวร์รวมร่วมกับสาธารณชนแบบต่างคนต่างมา แต่ว่ามาลงเรือลำเดียวกัน ที่นี่ก็มีหมด โปรแกรมเด่นๆ ในการเที่ยวทะเลกระบี่นั้นก็มี เช่น ทัวร์เกาะพีพี, ทัวร์เกาะห้อง, ทัวร์ 4 เกาะ ฯลฯ แบบ 1 Day Trip ครั้งนี้เรามีเวลาเที่ยวกันเพียง 3 วัน 3 คืน เราเลยเลือกที่จะไปทริปทัวร์เกาะพีพี และเกาะห้อง เพราะ 2 เกาะนี้ได้รับคำชมจากนักท่องเที่ยวนานาชาติว่าเป็นเกาะที่สวยงามอันดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว ไหนๆ ก็มาไกลกันขนาดนี้แล้วก็ขอเลือกเที่ยวที่ยอดนิยมกันก่อนเลย
โดยวันแรกเราเลือกไป หมู่เกาะพีพี ซึ่งเป็นหมู่เกาะกลางทะเล อยู่ห่างจากอำเภอเมือง 42 กิโลเมตร เป็นแหล่งดำน้ำดูปะการัง ดอกไม้ทะเล และปลาหลากสีที่มีสีสันสวยงาม โปรแกรมทัวร์นี้ส่วนใหญ่จะรวมรถรับ-ส่ง จากโรงแรมที่พักในเขตอ่าวนางหรือบริเวณใกล้ๆ อ่าวนางมายังท่าเรืออ่าวนาง เพื่อลงเรือออกเที่ยวชมเกาะแก่งต่างๆ โดยเค้าจะดูจากสภาพอากาศว่าจะพาเราไปยังเกาะไหนก่อนตามความเหมาะสมของระดับคลื่นลมฟ้าฝนในวันนั้นๆ ซึ่งถ้าเป็นไปตามโปรแกรมปรกติแล้วก็จะเริ่มที่ เกาะพีพีเล ก่อน โดยเริ่มต้นที่การแวะชม ถ้ำไวกิ้ง ซึ่งเป็นเพิงผาถ้ำอยู่ทางทิศใต้ของเกาะพีพีเล ในซอกมืดหนึ่งของเพิงถ้ำมีภาพเขียนปรากฏอยู่บนผนังถ้ำในตำแหน่งเหนือศรีษะ เป็นภาพเรือใบสามเสา หัวงอน จึงเป็นที่มาของชื่อ “ไวกิ้ง” นอกจากนี้ ยังพบอักษรอาหรับโบราณปรากฎเป็นตัวเลข 1318 อย่างชัดเจน หรือจะเป็นการลงชื่อมาเยือนของชาวอาหรับพร้อมลงเวลาในปฏิทินอิสลาม ซึ่งตรงกับสมัยของกรุงศรีอยุธยา ความสำคัญของถ้ำแห่งนี้ก็คือ มีการให้ทำสัมปทานรังนกนางแอ่นมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาแล้วจวบจนถึงปัจจุบันนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2515 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จประพาสถ้ำแห่งนี้ ได้พระราชทานนามใหม่ให้กับถ้ำไวกิ้ง ว่า “ถ้ำพญานาค” ตามรูปร่างของหินงอกที่คล้ายรูปพญานาค
จากนั้นเรือนำเที่ยวก็จะพาเราเข้าชม พีพีเลลากูน หรือห้องแห่งน้ำทะเลปิดภายในเกาะ มีช่องทางเข้าเล็กๆ พอเรือแล่นผ่านได้ ภายในเป็นเวิ้งน้ำที่ล้อมรอบด้วยผาสูงชันทุกด้าน น้ำเป็นสีฟ้าสวยใสมากๆ สามารถมองเห็นพื้นทรายขาวสะอาดใต้ท้องน้ำได้ โชคดีวันที่เราไปคลื่นลมสงบ ทางไกด์จึงอนุญาตให้ลงเล่นน้ำได้ประมาณ 15 นาที ซึ่งสร้างความสุขและความประทับใจให้เราเป็นอย่างมาก จากนั้นไปต่อที่ หาดโละซามะ อยู่ทางด้านใต้ของเกาะ อ่าวแห่งนี้มีขนาดไม่ใหญ่ แต่มีความสงบเงียบ ริมอ่าวมีปะการังหลายประเภท เช่น ปะการังก้อน ปะการังแผ่น ปะการังถ้วย สามารถดำน้ำได้ทั้งแบบน้ำตื้นและน้ำลึก จากนั้นไปชมความงดงามระดับฮอลลีวู้ดที่ อ่าวมาหยา ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Beach “อ่าวมาหยา” เป็นอ่าวหนึ่งของเกาะพีพีเล ลักษณะเป็นเวิ้งอ่าวขนาดเล็กรูปพระจันทร์เสี้ยวที่โอบล้อมด้วยขุนเขา มีทิวทัศน์สวยงาม น้ำทะเลเขียวสดใส หาดทรายขาวสะอาด เม็ดทรายเล็กละเอียดเนียนนุ่ม เหมาะแก่การมานอนอาบแดดและเล่นน้ำทะเลมาก ถือว่าเป็นจุดไฮไลท์ของการทัวร์หมู่เกาะพีพี
จากนั้นออกเดินทางมาที่ เกาะพีพีดอน โดยแวะจอดเรือริมหน้าผาชายน้ำของ เกาะลิง เพื่อให้อาหารแก่ฝูงลิงป่า ดูความน่ารักแสนรู้และถ่ายรูปเล่น แล้วมาทานมื้อกลางวันกันที่ อ่าวต้นไทร บนเกาะพีพีดอน เกาะนี้มีจุดเด่น คือ เวิ้งอ่าวคู่ที่มีความสวยงามติดอันดับโลกของอ่าวต้นไทรและอ่าวโละดาลัม อ่าวต้นไทรเป็นที่ตั้งของท่าเรือเกาะพีพี มีสถานที่พักและร้านค้ามากมาย จากอ่าวต้นไทรสามารถเดินขึ้นเขาไปยังจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเวิ้งอ่าวคู่ได้ จากนั้นก็แวะดำน้ำกันที่ จุดดำน้ำหินกลาง ซึ่งอยู่ระหว่างเกาะพีพีดอนกับเกาะไม้ไผ่ ตรงจุดนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นจุดดำน้ำตื้นที่สวยงามที่สุดในหมู่เกาะพีพี มีทั้งปะการังหลากสีสันและมากด้วยฝูงปลาสวยงามนานาพันธุ์ จบทริปเกาะพีพีวันนี้ที่ เกาะไม้ไผ่ ซึ่งเป็นเกาะที่มีชายหาดทรายสีขาวทอดยาวจากทิศเหนือไปยังทิศใต้ของเกาะ และยังเป็นแหล่งที่มีปะการังน้ำตื้นที่อุดมสมบูรณ์ นักท่องเที่ยวสามารถค้างแรมได้ โดยมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและลานกางเต้นท์ไว้บริการ
สำหรับโปรแกรมวันที่ 2 เราเลือกโปรแกรมทัวร์ หมู่เกาะห้อง เป็นเกาะที่สวยอีกเกาะหนึ่งของทะเลกระบี่ มี่ด้วยกัน 7 เกาะ คือ เกาะห้อง หรือ เกาะเหลาบิเละ ซึ่งเป็นภาษามาลายู แปลว่า เกาะห้อง เหมือนกัน เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด และเป็นจุดไฮท์ไลของทริปนี้ อีก 6 เกาะที่เหลือได้แก่ เกาะลาดิง เกาะไร เกาะหินแดง เกาะผักเบี้ย เกาะลิง และเกาะถ้ำ เกาะห้อง ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดกระบี่ แต่ค่อนไปทางจังหวัดพังงา จึงถูกจัดเข้าไปอยู่ในพื้นที่การดูแลของอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา โปรแกรมทัวร์หมู่เกาะห้องนี้มีจุดเริ่มต้นโดยออกเดินทางจากที่ท่าเรืออ่าวนางเช่นกัน โดยออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ เกาะแดง เป็นอันดับแรก เป็นเกาะขนาดย่อมซึ่งโดดเด่นด้วยกองหินน้อยใหญ่สีน้ำตาลแดง เกาะนี้มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ มีต้นมะพร้าว และป่าไม้เบญจพรรณประเภทไม้ชายหาดพุ่มเตี้ย มีเนินเขาและหน้าผา มีหาดทรายสวยงาม นักท่องเที่ยวจะนั่งอยู่เฉยๆ บนเรือก็ยังสามารถมองเห็นแนวปะการังใต้ท้องน้ำ เป็นแหล่งดำน้ำดูปะการังทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก เราดำน้ำดูปะการังกันได้สักพักแล้วก็ไปชม เกาะห้องลากูน หรือ อ่าวห้อง เกาะนี้มีลักษณะเป็นสระธรรมชาติ ล้อมรอบด้วยผาหินสูงชันเกือบทุกด้าน ในช่วงที่น้ำขึ้นสามารถนำเรือไหลเข้าไปช้าๆ ภายในนอกจากจะมีน้ำที่ใสสะอาดสงบนิ่งแล้ว ยังมีผืนป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์รวมอยู่ด้วย
เราก็มุ่งหน้าไป เกาะผักเบี้ย ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ อยู่ทางด้านหลังของเกาะห้อง น้ำทะเลที่นี่ใสสะอาด เหมาะแก่การลงเล่นน้ำ บรรยากาศเงียบสงบร่มรื่นไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ที่อยู่ริมหาด แม้ว่าเกาะนี้จะมีแนวชายหาดที่ไม่กว้างมากนัก แต่ก็มีหาดทรายที่ขาวสะอาดไม่แพ้หาดอื่นๆ ความสวยงามอีกจุดหนึ่งของเกาะนี้คือ เมื่อยามน้ำลงจะปรากฏสันทรายขึ้นเชื่อมระหว่างเกาะเบี้ย 2 เกาะ เราเรียกว่า “ทะเลแหวกมินิ” ระยะทางไม่กว้างมาก แต่ก็ทำให้เราได้เห็นภาพ น้ำทะเลใส หาดทรายขาว ภูเขาเขียว และท้องฟ้าสด ที่สร้างความประทับใจให้เราเป็นอย่างมาก จุดนี้เราได้แชะภาพที่ระลึกกันอย่างเมามันเลยทีเดียว
เกาะสุดท้ายของโปรแกรมในวันนี้ที่เราจะแวะก่อนกลับขึ้นฝั่งคือ เกาะลาดิง หรือ เกาะเหลาลาดิง เกาะแห่งนี้มีทัศนียภาพโดยรอบที่สวยงาม ทั้งเวิ้งอ่าวเล็กๆ ซึ่งรายล้อมด้วยซอกหลืบโพรงผาหินปูนสูงชันอันเป็นแหล่งพำนักอาศัยของบรรดานกนางแอ่น หาดทรายสีขาวที่มีเนื้อเนียนละเอียด น้ำทะเลสีเขียวมรกตสดใส ด้วยความสวยงามดังกล่าวข้างต้นนี้เองที่ทำให้ชาวต่างชาตินิยมเรียกเกาะแห่งนี้ว่า “Paradise Island” หรือ “เกาะสวรรค์” นักท่องเที่ยวนิยมมานอนอาบแดด เล่นน้ำ ให้อาหารปลา ถ่ายภาพกับทิวทัศน์ต่างๆ ในเกาะนี้ เมื่อใช้เวลากับเกาะนี้กันพอสมควรแก่เวลาแล้ว เราก็กลับสู่ท่าเรืออ่าวนาง เป็นอันจบโปรแกรมโดยสมบูรณ์ การออกทริปแต่ละครั้งเรือจะออกเวลาประมาณ 9.00 น. และถึงเวลา 16.30 น. หากใครที่ชื่นชอบการดำน้ำและความสนุกตื่นเต้น ทริปเกาะพีพีน่าจะเหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์ของคุณ เพราะมีการแวะพักให้เที่ยวหลายจุด แต่สำหรับใครที่ชอบการมาทะเลแบบชิลล์ๆ ว่ายน้ำ อาบแดด นอนเล่นชายหาด ทริปเกาะห้องถือว่าเป็นทริปที่ได้สัมผัสกับธรรมชาติแบบเต็มอิ่ม นอกจากโปรแกรมท่องเที่ยวตามเกาะแก่งต่างๆ กลางทะเลแล้ว เมืองกระบี่ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่ควรแวะชมอีกมากมายในระหว่างเส้นทาง เช่น
สระมรกต โดยอยู่อำเภอคลองท่อม สระนี้มีกำเนิดจากน้ำพุร้อนผุดออกมาจากตาน้ำ ไหลออกมาเป็นธารน้ำอุ่น อยู่ท่ามกลางผืนป่าอันร่มรื่น มีด้วยกันทั้งหมด 3 สระ คือ สระแก้ว สระมรกต และสระผุด แต่อนุญาตให้ลงเล่นน้ำได้แค่บริเวณสระมรกตเท่านั้น และหากเดินตรงขึ้นไปจากสระมรกตประมาณ 500 เมตร เราก็จะได้พบกับตาน้ำที่เป็นต้นกำเนิดของสระมรกตแห่งนี้ ซึ่งมีสีเขียวอมฟ้า สดใสสวยงามดั่งมรกต มีอุณหภูมิประมาณ 30-50 องศาเซลเซียส รอบๆ บริเวณมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ค่าเข้าชม เด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30 – 17.00 น.
ท่าปอมคลองสองน้ำ อยู่ในเขตอำเภอเมือง มีต้นกำเนิดมาจากแอ่งน้ำผุดบนเขา ไหลผ่านสระน้ำกลางป่าก่อนที่ไหลลงสู่ทะเลอันดามัน โดยคลองท่าปอมอยู่บริเวณรอยต่อของน้ำจืดกับน้ำเค็มพอดี ยามน้ำทะเลหนุนสูง น้ำในคลองที่จืดสนิทจะกลายเป็นน้ำกร่อย ครั้นพอน้ำลงน้ำจืดจากป่าต้นน้ำก็จะดันน้ำทะเลออกหมด ทำให้พื้นที่ธารน้ำท่าปอมเป็นป่าพรุ ที่มีลักษณะพิเศษคือ มีน้ำเค็มและน้ำจืดไหลมาบรรจบกัน ทำให้เห็นแบ่งออกเป็น 2 ชั้น คือ ชั้นล่างจะสีออกฟ้าอ่อนๆ คล้ายสีน้ำทะเล ส่วนชั้นบนจะออกสีใสๆ เพราะเป็นน้ำจืด เวลาที่เหมาะแก่การมาเที่ยวชม คือ ช่วงก่อนเที่ยงเราะช่วงนั้นน้ำทะเลจะขึ้นจึงทำให้เราได้เห็นสีของความแตกต่างของน้ำเหมือนขนมชั้น แถมบางครั้งเรายังเห็นสัตว์น้ำทะเลบางชนิดว่ายติดขึ้นมาด้วย ที่นี่จึงกลายเป็นระบบนิเวศเล็กๆ ที่มีถึง 3 ป่าในสถานที่เดียวกัน คือ ป่าโกงกาง พังกาหัวสุม ไม้พืชป่าชายเลน อยู่ร่วมกับต้นชมพู่น้ำ เป็นที่อยู่อาศัยของทั้งปลาน้ำจืดและน้ำกร่อย โดยมีสะพานไม้โดยรอบระยะทางประมาณ 700 เมตร สามารถล่องเรือแคนูหรือลงเล่นน้ำในจุดที่กำหนดไว้ได้ ค่าธรรมเนียมเข้าชม ผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 5 บาท ค่าเช่าเรือแคนู ชั่วโมงละ 100 บาท หรือ วันละ 700 บาท
สุสานหอย อยู่ห่างจากอ่าวนางตรงไปตามทางหลวง 4203 ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร สุสานหอยแห่งนี้เกิดจากปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ถือเป็นความมหัศจรรย์ระดับโลก เพราะทั่วโลกมีเพียง 3 แห่งเท่านั้น คือ ที่สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และไทย สุสานหอย เกิดจากการตายทับถมของซากฟอสซิลหอยโบราณจำนวนมากมากว่า 30 – 40 ปี ชั้นจึงหนามองดูคล้ายแผ่นคอนกรีต แต่ถ้าดูในแนวตัดจะเห็นเป็นเปลือกหอยตัวเล็กๆ อัดแน่นรวมกันอยู่อย่างชัดเจน ส่วนใหญ่เป็นพวกหอยขมน้ำจืด ค่าเข้าชม เด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30 – 17.00 น.
ความสวยงามของท้องทะเลไทยชายฝั่งอันดามันยังไม่หมดเพียงเท่านี้ หากแต่ด้วยพื้นที่และเวลาที่มีจำกัด เราจึงคัดสรรมาฝากผู้อ่านได้แบบพอหอมปากหอมคอกันไปก่อน โอกาสหน้าฟ้าใหม่ถ้าเรามีทริปล่องใต้อีก สัญญาแน่นอนว่าจะไม่ลืมแน่นอนที่จะแวะมาเที่ยวที่ “กระบี่” อีก เพราะยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมายที่รอให้เราเข้าไปสัมผัส เช่น เขาขนาบน้ำ หมู่เกาะปอดะ ถ้ำเสด็จ อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา ห้วยโต้ น้ำตกห้วยสะเด ถ้ำลอด ถ้ำผีหัวโต ถ้ำชาวเล น้ำตกหินเพิง เกาะลันตา ฯลฯ เป็นต้น แล้วอย่าลืมติดตามอ่านกันในโอกาสต่อไปนะคะ…
TIPS การเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว
1. จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านจังหวัดเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร-ระนอง-พังงา-กระบี่ ระยะทาง 946 กิโลเมตร
2. จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ถึงจังหวัดชุมพร จากชุมพรใช้ทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านอำเภอหลังสวน อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าอำเภอเวียงสระ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4035 ถึงอำเภออ่าวลึก แล้ววกเข้าทางหลวงหมายเลข 4 อีกครั้งหนึ่ง ถึงจังหวัดกระบี่ ระยะทาง 814 กิโลเมตร
3. จากภูเก็ต ใช้ทางหลวงหมายเลข 402 และหมายเลข 4 ระยะทาง 176 กิโลเมตร
………………………………………………………………………………………………………………
รถโดยสารประจำทาง
มีรถออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี ไปจังหวัดกระบี่ทุกวัน สอบถามข้อมูลและตารางเดินรถได้ที่ Call Center โทร.1490 เรียก บขส.
………………………………………………………………………………………………………………
แนะนำที่พัก
• อ่าวนางท็อปวิว
ที่ตั้ง : 247/17 ม.2 ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ 81000 โทร. 0-7563-7471
• PK Mansion
ที่ตั้ง : 247/12-15 ม.2 ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ 81000 โทร. 0-7563-7431-2
• อ่าวนางกู๊ดวิว
ที่ตั้ง: 420/20-24 ม.2 ต.อ่าวนาง องเมือง จ.กระบี่ 81000 โทร. 0-7563-8082 – 4
